ภีม อุมารี ความซับซ้อนในความไม่ซับซ้อน

By in Design, Interview on February 17, 2011

ไม่นานมานี้ผมถูกไหว้วานให้นำผลงาน “Root Lab” ของ ภีม อุมารี? ไปอัดทำเป็นโปสการ์ด ความซับซ้อนและรุนแรงของภาพนั้นกระตุ้นให้พนักงานของร้านเกิดความอยากรู้อยากเห็นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาขยายภาพเข้าๆ ออกๆ ดูรายละเอียดภาพนานเกือบสิบนาที พร้อมโยนความสงสัยในรูปแบบของคำถามจำนวนมาก ผมไม่รู้จะช่วยเหลือเขาให้คลายความข้องใจได้อย่างไร นอกจากสัญญากับเขาว่า ผมจะไปสัมภาษณ์ศิลปินคนนั้นให้


^ ขอบคุณค่ะดร. ฉันจะไม่มีวันลืม


คุณเริ่มวาดภาพประกอบมานานแค่ไหน แรงบันดาลใจส่วนใหญ่ได้มาจากอะไร

น่าจะ
2 ปีได้แล้ว เรื่องแรงบันดาลใจจะค่อนข้างหลากหลายนะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นคนรอบๆ ตัว หรือไม่ก็พวกหนังสือภาพเก่าๆ อัลบั้มรูป ไม่ก็สารคดีวิทยาศาสตร์ ดวงดาว พญานาค เอเลี่ยน ทำนองนี้ คือมันเป็นอะไรก็ได้ แต่ว่าถ้าเป็นแนวๆ นี้จะสนใจเป็นพิเศษ

เหมือนมันเป็นช่วงเวลา พอสนใจเรื่องนี้ก็จะอยู่กับมันซะนานเลย ไม่เบื่อ แล้วมันจะเป็นเรื่องบังเอิญมาก ไม่รู้คนอื่นเป็นมั๊ย คือถ้าเวลาเราสนใจอะไรมากๆเนี่ย ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนทีวีไปช่องไหน ก็จะเจออะไรแบบนี้โดยบังเอิญ แวะร้านหนังสือมือสอง ตาก็จะเฉียดไปเจอเรื่องที่เราสนใจพอดี เลยกลายเป็นว่าได้สัมผัสกับเรื่องเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา แต่สักพักจะเบื่อไปเอง


^ catz


คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่อง
“มนุษย์ต่างดาว”
สำหรับตัวเองเห็นว่ามันยังเป็นเรื่องกึ่งแฟนตาซี คือจะสนุกทุกครั้งที่ได้ฟังเรื่องมนุษย์ต่างดาว เพราะมันก็จะมีข้อมูลอยู่แค่บางส่วนให้เราได้รับรู้ แต่พื้นที่ให้เราจินตนาการต่อยังมีอีกเยอะเลยไง ภาพในหัวเรามันจะเป็นภาพมนุษย์ต่างดาวที่คลาสสิคหน่อย คือแบบที่สมองโต ตาใส ตัวเขียว
เสน่ห์ของมนุษย์ต่างดาวคือความคลุมเครือนี่แหละ


^ Good evening Dali ภาพประกอบในหนังเรื่อง จุติ (Reincarnate)



แล้ว “พญานาค” ล่ะ มันสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้ยังไง

เรื่อง “พญานาค” ก็เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลในหัว ที่ยังมีพื้นที่ให้จินตนาการต่อคล้ายๆ กับมนุษย์ต่างดาว ความคลุมเครือมันทำให้มีแรงคิดไปไกลกว่าความจริงที่มันเป็น เหมือนภาพทุ่งข้าวโพดล้ม (crop circle) แล้วถูกตีความว่าเป็นการส่งข้อความจากนอกโลก หรือภาพที่ทหารอเมริกันจับปลา ออร์ฟิช ได้ แล้วมีคนเอาภาพมาอัดขาย แล้วบอกว่าเป็นพญานาค เรื่องพวกนี้บางทีมันสนุกมากจนไม่อยากรู้คำเฉลย คิดแบบนี้อาจจะดูว่าเป็นคนอยู่ในโลกแฟนตาซีไปหน่อย แต่มันก็สำคัญในการสร้างงาน


^
บุญส่ง เป็นลูกของนายบุญมี และนางฮวย


ลายเส้นของคุณดูแปลกตามาก ไม่ทราบว่าเทคนิคนี้ได้มายังไง

อ๋อ
ไม่ยากเลยครับ ทุกคนก็ทำได้ เพียงที่บ้านของคุณมีคอมพิวเตอร์ PC คลิ๊กที่ start แล้วเลือกโปรแกรม paint จากนั้นก็วาดเลยครับ ลายเส้นแบบเดียวกันเป๊ะ ฮ่าๆๆๆๆ

ต้องขอบคุณโปรแกรมนี้จริงๆนะ มันดูเป็นโปรแกรมที่ง่ายๆ ซึ่งมันเหมาะกับเรามาก แล้วเส้นมันจะหยาบๆ ดิบๆ ถึงโปรแกรมนี้จะมีข้อจำกัดในการทำงานเยอะ แต่ข้อดีของมันคือความไม่ซับซ้อนนี่แหละ แล้วตัวเราเองก็เป็นคล้ายๆโปรแกรมนี้ คือรับอะไรที่มันซับซ้อนไม่ได้มาก ไม่งั้นจะช้า จะงง มันก็ดีคนละแบบกับการใช้ดินสอ คือถ้าให้เราวาดรูปโดยใช้ดินสอ งานมันอาจจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่มันจะไม่ได้อารมณ์ของเส้นแบบนี้ ไม่รู้หมกมุ่นที่จะใช้คอมพิวเตอร์มากไปหรือเปล่า ตอนนี้แค่รู้สึกยังชอบเส้นแบบนี้อยู่ แล้วมันก็สื่อสารในสิ่งที่เราต้องการได้

สุดท้ายจะคิดไว้เสมอว่า ทำยังไงก็ได้ ไม่ให้งานมันออกมา ดูเป็นคอมพิวเตอร์จ๋า (คอมพิวเต๊อ คอมพิวเตอร์) แบบนั้นเราก็ไม่ชอบ


^ WFF BKK 8


ลายเส้นของคุณถึงจะดูดิบ แต่ก็มีรายละเอียดมากมาย รายละเอียดเหล่านี้มันอยู่ในหัวของคุณตั้งแต่ก่อนลงมือวาด หรือมันค่อยๆ งอกเงยขึ้นมาระหว่างกระบวนการทำ

คือด้วยความที่มันเป็นคอมพิวเตอร์ มันก็จะโชว์ความหยาบของมันอยู่แล้ว เราเลยพยายามทำให้มันดูนุ่มนวลขึ้นมากกว่า โดยใส่อะไรเล็กๆน้อยลงไปด้วย แต่ต้องมีเวลานะ ถ้าบางงานต้องเร่งจริงๆ รายละเอียดอาจจะน้อยลงไปบ้าง ซึ่งใจเราไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนั้น

ส่วนพวกรายละเอียดต่างๆ หลายครั้งเลย ที่เกิดขึ้นระหว่างกำลังทำงาน แล้วก็จะลองผิดลองถูกกับมันไป


^
โปสเตอร์ “ลุงบุญมีระลึกชาติ”


หลังจากคุณได้ออกแบบโปสเตอร์หนัง
“ลุงบุญมีระลึกชาติ” ที่ดังไปทั่วโลก ชีวิตหรือวิธีคิดของคุณเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ต้องอธิบายก่อนว่า โปสเตอร์ที่เห็น ไม่ใช่ผลงานที่เราทำขึ้นมาเพียงคนเดียว แต่เป็นการทำร่วมกันกับพี่เอก
(เอกรัฐ หอมละออ production design หนังของพี่เจ๊ยทุกเรื่อง) คือเราจะทำหน้าที่วาดทุกอย่างที่อยู่ในภาพ แล้วพี่เอกเค้าจะมาออกแบบอีกทีว่าอะไรควรจะอยู่ตรงไหน ทีนี้พอโปสเตอร์เสร็จออกมา มันคงเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังรอคอยอะไรบางอย่างของหนัง ตื่นเต้นไปกับมัน คือช่วงนั้นทุกคนรู้ว่ามีหนังลุงบุญมีฯ แต่มันไม่มีอะไรจะให้ติดตามแบบเป็นรูปเป็นร่างได้ ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นมีตัวอย่างหนังออกมาหรือยัง แต่พอมีโปสเตอร์ของหนังออกมา มันเลยแบบกลายเป็นตัวแทนของหนังในช่วงเวลาหนึ่งไปเลย นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้มันเปรี้ยงปร้างขึ้นมา

มองดีๆมันก็คือความแรงของหนัง ที่ทำให้โปสเตอร์มันน่าสนใจตามไปด้วย แต่ถ้ามองกลับมาที่ชีวิตคนทำงานมันก็เหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปเลย แค่มันจะหวือหวาอยู่พักนึง แล้วมันก็ไป ถ้าจะให้รู้สึกจริงๆ คงเป็นเรื่องกระบวนการทำงานมากกว่า ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เก่ง และมีประสบการณ์มาก อย่างพี่เจ๊ย และก็พี่เอก จะให้อิสระในการทำงานกับเราเยอะมาก จนเรารู้สึกว่าพี่เค้าเชื่อในความสามารถของคนจริงๆ ไม่ว่ามันจะโนเนมมาจากไหนก็ตาม

รู้สึกตื่นเต้นขึ้น ท้าทายมากขึ้น เวลาได้ทำงานร่วมกับคนที่เก่งๆ มันจะเกิดพลังบางอย่างที่ทำให้เราต้องรับผิดชอบมากขึ้น ต้องไม่ทำให้เค้าผิดหวัง มันไม่บ่อยแน่ๆ ที่จะได้โอกาสแบบนี้ ที่กังวลกว่าคือต้องรักษาโอกาสนี้ไว้ให้ได้

เราโชคดีมากที่ได้ร่วมงานกับคนที่เก่ง แล้วเค้าก็ให้โอกาสเราอยู่ตลอด ทั้งพี่โบ๊ท(สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์) พี่เอก (เอกรัฐ หอมละออ) สุดท้ายคือพี่เจ๊ย (อภิชาตพงศ์ วีรเศรษฐกุล)

?ขอบคุณครับ?


^
โปสเตอร์งานฉายภาพยนตร์ “ฝังราก (
Root Lab)”


ผมเห็นผลงานล่าสุด
“Root Lab” แล้วเกิดคำถามมากมาย ช่วยเล่าขยายความให้เราฟังหน่อยได้ไหมว่าทำไมถึงออกมาแบบนี้ แล้วคำศัพท์เหล่านั้นเกี่ยวโยงกับโปรแกรมฉายภาพยนตร์ชุดนี้หรือไม่ อย่างไร

จริงๆแล้วได้วาดโปสเตอร์นี้โดยบังเอิญครับ เป็นจังหวะเพิ่งออกจากงาน เลยได้คุยกับเบิ้ล
(นนทวัฒน์ นำเบญจพล) พอดีเบิ้ลมีโปรเจค Root Lab ก็เลยชวนเรามาวาด ก็เล่ารูปแบบคร่าวๆที่ใจเค้าอยากได้ พอนึกภาพตามก็รู้สึกว่า ต้องเข้ากับงานของเราแน่ๆ แล้วธีมมันจะออกเป็นห้องทดลอง ดูวิทยาศาสตร์หน่อย ที่ชอบคือต้องมีต้นไม้เพี้ยนๆ รากยั้วเยี้ย คือเบิ้ลมันเล่าแค่นี้ เราก็คิดภาพในหัวเสร็จแล้วว่ามันต้องออกมาเป็นไง รู้สึกงานนี้สบายมาก

จากนั้นก็ลองเอาไอ้ที่คิดไว้ในหัวมาร่างดู ปรากฎว่ามันดู ?เสล่อ? โคตร คือไม่มีความลงตัวเลย แล้วเหมือนหมกมุ่นที่จะแก้ไขกับสิ่งที่เราคิดไว้ตอนแรกมากเกินไป สุดท้ายเลยทิ้งมันไป ไม่ต้องร่างแล้ว กลายเป็นว่าการวาดที่ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน มันกลับสดกว่า สนุกกว่า แต่ละตัวที่วาดได้มันเกิดจากความบังเอิญของการลากเส้นวนไป วนมา ตรงบ้าง โค้งบ้าง แล้วผลที่ได้มันก็น่าตื่นเต้น เพราะอยู่ดีๆมันก็ออกมาเป็นรูปร่างอะไรไม่รู้ให้เราวาดต่อ ไม่แน่ใจว่านี่คือวิธีด้นสด (improvise) หรือเปล่า เพราะก็ตอบไม่ได้ว่า จริงๆแล้ว การด้นสดคืออะไร มันคือการไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลยมันก็ไม่ใช่ไง มันไม่ได้บริสุทธิ์อะไรขนาดนั้น แค่มันมีความรวดเร็วฉับพลันเฉยๆ

พอมันเกิดตัวประหลาดในโปสเตอร์เยอะขึ้นๆ เราก็เริ่มรู้สึกว่า ต้องบีบมันเข้ามาให้เกิดเรื่องราวหน่อย ไม่งั้นมันจะกลายเป็นแค่ตัวละครเพี้ยนๆ ที่นอนอยู่ในฉาก เผอิญนึกถึงพวกหนังสือวิทยาศาสตร์ คล้ายพวกหนังสือแบบเรียน เลยเอาจุดเด่นของหนังสือลักษณะนี้มาใช้ในงาน

ส่วนพวกคำต่างๆ เรารู้สึกว่ามันเหมือนเป็น ?การทดลอง? ในเรื่องเพศของสัตว์ หรือแม้แต่มนุษย์เองก็ทำด้วยเช่นกัน อย่างการมีเซ็กส์กับสายเลือดเดียวกัน หรือการใช้เชือกพันธนาการเพื่อสำเร็จความใคร่ คือมันคล้ายการทดลองเคมีอะไรบางอย่างในตัวเราเอง นี่พยายามตบให้มันดูเป็นวิทยาศาสตร์อยู่นะเนี่ย


^ โปสเตอร์งานฉายภาพยนตร์ “วาทกรรมคนบาป (The sinner’s discourse)”


หลายคนมองว่าผลงานของคุณแรงมาก ด้วยส่วนตัวคุณคิดว่ามันแรงไหม

เรารู้สึกว่า ผลงานที่ออกมา มันจะบอกเจตนาของคนทำเอง โดยไม่ต้องอธิบายอะไร คือดีใจครับที่มีคนเห็นงานแล้วเกิดคำถาม หรือความคิดที่หลากหลาย เรามองว่าสวย แต่คนอื่นอาจจะมองว่าสกปรกก็ได้ แต่งานที่ผ่านมาของเรา ถ้ามันจะมีผู้หญิง หรือผู้ชายที่แก้ผ้า เราจะสื่อสารไปในทางสวยงาม หรือลึกลับ มากกว่าอนาจาร ที่เข้าใจคือแต่ละคนมีมุมมองในเรื่องแบบนี้ไม่เท่ากัน บางคนรู้สึกว่าต้องปกปิด แต่ส่วนตัวไม่เห็นว่าจำเป็นต้องทำให้มันดูลึกลับเพิ่มขึ้นไปอีกทำไม


^
หน้าปกหนังสือ “สนธิสัญญาอสูร


ความทะเยอทะยานอันสูงสุดของคุณคืออะไร

อันนี้ตอบยากจัง ฮ่าๆๆๆ คงมองภายในปีสองปีนี้แหละครับ คือจะพยายามทำให้ภาพประกอบ เป็นอาชีพที่ดูแลเราได้บ้าง มีรายได้จากการทำในสิ่งที่เราชอบ และถนัด มันคงมีความสุข

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ประวัติย่อ
ภีม อุมารี เกิดที่ ปัตตานี แต่มาเติบโตที่ลพบุรี ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ มาเกือบ 10 ปีแล้ว เขาจบคณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์และวิดีทัศน์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยออกแบบปกหนังสือ “สนธิสัญญาอสูร” ให้กับ Bookvirus, โปสเตอร์งานฉายหนัง “วาทกรรมคนบาป” ส่วนผลงานที่ถูกเผยแผ่ออกไปในวงกว้างที่สุด คือ ผลงานการวาดภาพประกอบให้กับโปสเตอร์หนัง “ลุงบุญมีระลึกชาติ” ของ คุณเจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ชมผลงานของภีมเพิ่มเติมได้ที่ http://dadadim.exteen.com/


4 thoughts on “ภีม อุมารี ความซับซ้อนในความไม่ซับซ้อน

  1. 1

    เย๊ๆๆ สนับสนุนๆๆ

  2. 2

    ขอบคุณสำหรับการสัมภาษณ์/ให้สัมภาษณ์ครับ

  3. Pingback: Tweets that mention สสาร ? ภีม อุมารี ความซับซ้อนในความไม่ซับซ้อน -- Topsy.com

  4. 3

    ขอบคุณนะครับ

Leave a Reply